ไม่เคยทำ SEO? 10 Checklist ง่ายๆ เพิ่มโอกาสให้เว็บไซต์ SME ของคุณพุ่งทะยาน

เจาะลึก 10 ประเด็น SEO ที่ SME มือใหม่ทำตามได้ทันที เพิ่มการมองเห็นบน Google โดยไม่ต้องมีความรู้เชิงลึก

ไม่เคยทำ SEO? 10 Checklist ง่ายๆ เพิ่มโอกาสให้เว็บไซต์ SME ของคุณพุ่งทะยาน
1. ค้นหาคำสำคัญที่ใช่ (Keyword Research): ก้าวแรกสู่การเป็นที่รู้จัก

ก่อนที่เราจะเริ่มปรับแต่งเว็บไซต์เพื่อการค้นหา สิ่งสำคัญที่สุดคือการเข้าใจว่า 'ลูกค้าของคุณกำลังค้นหาอะไร?' การทำ Keyword Research หรือการค้นหาคำสำคัญ เป็นรากฐานของทุกกิจกรรม SEO

  • ทำไมถึงสำคัญ?
    หากคุณไม่รู้ว่ากลุ่มเป้าหมายของคุณใช้คำหรือวลีใดในการค้นหา คุณก็ไม่สามารถสร้างเนื้อหาหรือปรับแต่งเว็บไซต์ให้ตรงกับความต้องการของพวกเขาได้ การเลือกคำสำคัญที่เหมาะสมจะช่วยดึงดูดผู้ที่สนใจสินค้าหรือบริการของคุณอย่างแท้จริง ซึ่งนำไปสู่โอกาสทางธุรกิจที่สูงกว่า
  • SME ทำอะไรได้บ้าง?
    ไม่ต้องใช้เครื่องมือราคาแพง คุณก็เริ่มต้นได้ง่ายๆ:

    1. ใช้ Google Suggestion: พิมพ์คำที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณลงในช่องค้นหาของ Google แล้วสังเกตคำแนะนำที่ Google แสดงขึ้นมา นี่คือสิ่งที่คนส่วนใหญ่กำลังค้นหา
    2. 'People also ask' (ผู้คนยังถามถึง): ส่วนนี้ในหน้าผลการค้นหาของ Google จะแสดงคำถามที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นแหล่งไอเดียที่ดีเยี่ยมสำหรับเนื้อหาของคุณ
    3. วิเคราะห์คู่แข่ง: ลองค้นหาธุรกิจประเภทเดียวกับคุณแล้วดูว่าเว็บไซต์คู่แข่งใช้คำสำคัญอะไรบ้างในหัวข้อหรือเนื้อหา
    4. พูดคุยกับลูกค้า: สอบถามลูกค้าโดยตรงว่าพวกเขาใช้คำอะไรในการค้นหาสินค้าหรือบริการของคุณ

    กรณีศึกษา: ร้านกาแฟ 'มุมอร่อย'

    คุณสมศักดิ์ เจ้าของร้านกาแฟ 'มุมอร่อย' ต้องการเพิ่มลูกค้าใหม่ๆ จึงเริ่มต้นทำ Keyword Research พบว่าลูกค้านอกจากจะค้นหา 'ร้านกาแฟใกล้ฉัน' แล้ว ยังค้นหา 'กาแฟคั่วบดคุณภาพดี', 'คาเฟ่น่านั่งทำงาน', 'ขนมโฮมเมดอร่อยๆ' และ 'ร้านกาแฟ Pet-Friendly' อีกด้วย คุณสมศักดิ์จึงนำคำเหล่านี้ไปปรับใช้กับการเขียนเนื้อหาบนเว็บไซต์ การตั้งชื่อเมนู และสร้างหน้าแยกสำหรับ 'มุมโปรดของน้องหมา' ทำให้ลูกค้าที่ใช้คำเฉพาะเหล่านี้สามารถค้นหาร้านของเขาเจอได้ง่ายขึ้น

2. ปรับแต่ง Meta Title และ Meta Description ให้น่าคลิก

Meta Title (ชื่อเรื่อง) และ Meta Description (คำอธิบาย) คือสิ่งแรกที่ผู้คนเห็นเมื่อเว็บไซต์ของคุณปรากฏบนหน้าผลการค้นหาของ Google (SERP) เปรียบเสมือนป้ายโฆษณาเล็กๆ ที่ต้องดึงดูดความสนใจให้ได้ในเสี้ยววินาที

  • ทำไมถึงสำคัญ?
    Meta Title บอก Google และผู้ใช้ว่าหน้านั้นเกี่ยวกับอะไร และเป็นปัจจัยสำคัญในการจัดอันดับ ในขณะที่ Meta Description คือข้อความที่เชิญชวนให้คนคลิกเข้าสู่เว็บไซต์ของคุณ ยิ่งน่าสนใจเท่าไหร่ โอกาสที่คนจะคลิกก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น (Click-Through Rate - CTR)
  • SME ทำอะไรได้บ้าง?

    1. Meta Title: ควรมีคำสำคัญหลักของหน้านั้นๆ อยู่ในประโยคแรกๆ และมีความยาวประมาณ 50-60 ตัวอักษร (รวมช่องว่าง) สร้างชื่อที่กระชับ ชัดเจน และน่าสนใจ เช่น 'บริการทำเว็บไซต์ SME ราคาประหยัด | iBZII'
    2. Meta Description: สรุปเนื้อหาของหน้าเว็บให้สั้น กระชับ และน่าสนใจ มีความยาวประมาณ 120-155 ตัวอักษร กระตุ้นให้เกิดการคลิกด้วยข้อความเชิญชวน (Call to Action) เช่น 'iBZII รับทำเว็บไซต์ที่สวยงามและสร้างยอดขายจริง พร้อมระบบ SEO & Google Ads ครบวงจร'
    3. ไม่ซ้ำกัน: ตรวจสอบให้แน่ใจว่า Title และ Description ของแต่ละหน้าในเว็บไซต์ของคุณไม่ซ้ำกัน เพื่อให้ Google เข้าใจว่าแต่ละหน้ามีเนื้อหาเฉพาะเจาะจง
3. โครงสร้างเนื้อหาด้วย Heading Tags (H1, H2, H3)

Heading Tags เช่น H1, H2, H3 ไม่ได้มีไว้แค่เพื่อความสวยงามในการจัดรูปแบบหน้าเว็บไซต์เท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณสำคัญที่บอก Google ว่าส่วนไหนคือหัวข้อหลัก หัวข้อย่อย และโครงสร้างเนื้อหาของคุณเป็นอย่างไร

  • ทำไมถึงสำคัญ?
    การใช้ Heading Tags อย่างเหมาะสมจะช่วยให้ Google เข้าใจโครงสร้างและความสำคัญของเนื้อหาในหน้าเว็บได้ง่ายขึ้น ช่วยเพิ่มโอกาสที่เว็บไซต์ของคุณจะติดอันดับในการค้นหา นอกจากนี้ยังช่วยให้ผู้อ่านสแกนเนื้อหาและทำความเข้าใจประเด็นสำคัญได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งส่งผลดีต่อประสบการณ์ของผู้ใช้งาน
  • SME ทำอะไรได้บ้าง?

    1. H1 (หัวข้อหลัก): แต่ละหน้าควรมี H1 เพียงอันเดียวเท่านั้น ซึ่งเป็นหัวข้อใหญ่ที่สุดและสรุปเนื้อหาหลักของหน้านั้นๆ ควรมีคำสำคัญหลักอยู่ด้วยเสมอ
    2. H2 (หัวข้อรอง): ใช้แบ่งเนื้อหาออกเป็นส่วนย่อยๆ ที่มีความสำคัญรองลงมา ควรมีคำสำคัญรองหรือคำที่เกี่ยวข้องอยู่ด้วย
    3. H3 (หัวข้อย่อย): ใช้แบ่งเนื้อหาในส่วน H2 ให้ละเอียดยิ่งขึ้นไปอีก เพื่อเพิ่มความชัดเจนและอ่านง่าย

    ตัวอย่างโครงสร้าง:

    • H1: 10 Checklist SEO สำหรับ SME มือใหม่
      • H2: 1. ค้นหาคำสำคัญที่ใช่ (Keyword Research)
        • H3: การใช้ Google Suggestion
        • H3: การวิเคราะห์คู่แข่งเบื้องต้น
      • H2: 2. ปรับแต่ง Meta Title และ Description
4. สร้างเนื้อหาที่มีคุณภาพและตรงกับความต้องการของผู้อ่าน

Google ให้ความสำคัญกับเนื้อหาที่มีคุณภาพสูง มีประโยชน์ และตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานอย่างแท้จริง การสร้างเนื้อหาประเภทนี้ไม่เพียงช่วยในการจัดอันดับ แต่ยังช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า

  • ทำไมถึงสำคัญ?
    เนื้อหาคือหัวใจของเว็บไซต์ หากเนื้อหาของคุณดี มีประโยชน์ และน่าเชื่อถือ ผู้คนก็จะใช้เวลาอยู่บนเว็บไซต์นานขึ้น มีแนวโน้มที่จะกลับมาอีก และอาจจะแชร์ออกไป ซึ่งเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อ Google นอกจากนี้ยังเป็นการแสดงถึงความเป็นผู้เชี่ยวชาญ (E-A-T: Expertise, Authoritativeness, Trustworthiness) ในสายธุรกิจของคุณ
  • SME ทำอะไรได้บ้าง?

    1. ตอบคำถาม: คิดว่าลูกค้าของคุณมีคำถามอะไรเกี่ยวกับสินค้า/บริการของคุณบ้าง แล้วเขียนบทความเพื่อตอบคำถามเหล่านั้นอย่างละเอียด
    2. เนื้อหาเชิงลึก: แทนที่จะเขียนสั้นๆ ลองเขียนบทความที่ยาวขึ้นและครอบคลุมประเด็นอย่างรอบด้าน เช่น 'คู่มือฉบับสมบูรณ์ในการเลือกแพ็กเกจทำเว็บไซต์สำหรับ SME'
    3. ความสดใหม่: อัปเดตเนื้อหาเก่าให้ทันสมัยอยู่เสมอ หรือสร้างเนื้อหาใหม่ๆ เป็นประจำ เพื่อแสดงให้ Google เห็นว่าเว็บไซต์ของคุณมีการเคลื่อนไหว
    4. ความน่าเชื่อถือ: อ้างอิงแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ (ถ้ามี) หรือแสดงให้เห็นถึงประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของคุณ

    กรณีศึกษา: iBZII Gadget Store

    ร้านขายอุปกรณ์ไอทีออนไลน์ iBZII Gadget Store ไม่ได้แค่ลงรูปสินค้าและราคา แต่ยังสร้างส่วน 'บทความและรีวิว' โดยมีเนื้อหาเช่น 'รีวิวหูฟังไร้สายยอดนิยมปี 2024: รุ่นไหนเหมาะกับคุณ' หรือ 'วิธีเลือกซื้อ SSD ให้คุ้มค่าสำหรับโน้ตบุ๊ก' ซึ่งบทความเหล่านี้ช่วยดึงดูดผู้ที่กำลังหาข้อมูลและสร้างความเชื่อมั่นก่อนตัดสินใจซื้อ ทำให้เว็บไซต์มีโอกาสแสดงผลในการค้นหามากขึ้นและเพิ่มยอดขายได้ในที่สุด

5. ปรับแต่งรูปภาพให้เหมาะสม (Image Optimization)

รูปภาพเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้เว็บไซต์ของคุณน่าสนใจ แต่หากไม่มีการจัดการที่ดี รูปภาพอาจกลายเป็นตัวถ่วงที่ทำให้เว็บไซต์โหลดช้า และ Google ค้นหาไม่เจอ

  • ทำไมถึงสำคัญ?
    รูปภาพที่ไม่ได้ปรับแต่งอาจมีขนาดไฟล์ใหญ่ ทำให้เว็บไซต์โหลดช้า ซึ่งส่งผลเสียต่อประสบการณ์ผู้ใช้งานและอันดับ SEO การปรับแต่งรูปภาพยังช่วยให้รูปภาพของคุณปรากฏในการค้นหารูปภาพของ Google ซึ่งเป็นอีกช่องทางในการเข้าถึงลูกค้า
  • SME ทำอะไรได้บ้าง?

    1. บีบอัดขนาดไฟล์: ใช้โปรแกรมหรือเครื่องมือออนไลน์เพื่อลดขนาดไฟล์รูปภาพ (เช่น JPEG สำหรับภาพถ่าย, PNG สำหรับภาพกราฟิก) โดยไม่ลดคุณภาพมากเกินไป (แนะนำใช้ WebP ถ้า CMS ของคุณรองรับ)
    2. ตั้งชื่อไฟล์ให้สื่อความหมาย: ตั้งชื่อไฟล์รูปภาพด้วยคำสำคัญหรือคำอธิบายที่ชัดเจน เช่น 'บริการ-ทำเว็บไซต์-wordpress.jpg' แทนที่จะเป็น 'IMG_001.jpg'
    3. ใส่ Alt Text (Alternative Text): นี่คือคำอธิบายสั้นๆ เกี่ยวกับรูปภาพที่มองไม่เห็นบนหน้าเว็บ แต่ Google สามารถอ่านได้ และจะแสดงผลเมื่อรูปภาพโหลดไม่ขึ้น หรือสำหรับผู้พิการทางสายตา ควรใส่คำสำคัญที่เกี่ยวข้องลงใน Alt Text เช่น alt='บริการทำเว็บไซต์สวยงามสำหรับ SME'
6. เว็บไซต์ต้องเป็นมิตรกับมือถือ (Mobile-Friendliness)

ปัจจุบัน ผู้คนส่วนใหญ่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตผ่านสมาร์ทโฟน Google เองก็ใช้ Mobile-first Indexing หมายความว่า Google จะใช้เวอร์ชันมือถือของเว็บไซต์คุณในการจัดทำดัชนีและจัดอันดับเป็นหลัก

  • ทำไมถึงสำคัญ?
    หากเว็บไซต์ของคุณไม่สามารถแสดงผลได้อย่างถูกต้องบนมือถือ ผู้เข้าชมจะปิดหน้าเว็บหนีไปอย่างรวดเร็ว (Bounce Rate สูง) ซึ่งเป็นสัญญาณที่ไม่ดีต่อ Google นอกจากนี้ การที่เว็บไซต์ไม่รองรับมือถือยังส่งผลโดยตรงต่ออันดับการค้นหาของคุณ
  • SME ทำอะไรได้บ้าง?

    1. ใช้ Responsive Design: ระบบจัดการเนื้อหา (CMS) ส่วนใหญ่ เช่น WordPress หรือที่ iBZII ให้บริการ จะมีการออกแบบเว็บไซต์แบบ Responsive อยู่แล้ว ซึ่งหมายความว่าเว็บไซต์จะปรับขนาดและจัดวางเนื้อหาให้เหมาะสมกับหน้าจออุปกรณ์ต่างๆ โดยอัตโนมัติ
    2. ทดสอบด้วย Google Mobile-Friendly Test: ใช้เครื่องมือฟรีของ Google เพื่อตรวจสอบว่าเว็บไซต์ของคุณเป็นมิตรกับมือถือหรือไม่
    3. ตรวจสอบองค์ประกอบ: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าปุ่มต่างๆ คลิกง่าย ขนาดตัวอักษรไม่เล็กเกินไป และไม่มีองค์ประกอบที่ต้องใช้ Flash (ซึ่งไม่รองรับบนมือถือส่วนใหญ่)
7. ความเร็วของเว็บไซต์ (Website Speed): อย่าปล่อยให้ลูกค้ารอนาน

ในยุคที่ทุกอย่างต้องรวดเร็ว เว็บไซต์ที่โหลดช้าเพียงไม่กี่วินาทีก็สามารถทำให้ลูกค้าตัดสินใจปิดหน้าต่างไปหาคู่แข่งได้เลย

  • ทำไมถึงสำคัญ?
    ความเร็วของเว็บไซต์เป็นปัจจัยสำคัญในการจัดอันดับของ Google และมีผลกระทบโดยตรงต่อประสบการณ์ของผู้ใช้งาน เว็บไซต์ที่โหลดเร็วจะลดอัตราการตีกลับ (Bounce Rate) และเพิ่มโอกาสในการที่ผู้ใช้จะสำรวจหน้าอื่นๆ ต่อไป
  • SME ทำอะไรได้บ้าง?

     

    1. ปรับแต่งรูปภาพ: (ย้อนกลับไปข้อ 5) นี่คือปัจจัยอันดับต้นๆ ที่ส่งผลต่อความเร็ว
    2. เลือก Hosting ที่ดี: เลือกผู้ให้บริการ Hosting ที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับปริมาณผู้ใช้งานของเว็บไซต์คุณ
    3. ใช้ Caching: สำหรับเว็บไซต์ที่ทำด้วย CMS เช่น WordPress คุณสามารถติดตั้งปลั๊กอิน Caching เพื่อให้เว็บไซต์โหลดเร็วขึ้น
    4. ลดขนาดไฟล์ JavaScript และ CSS: หากคุณมีนักพัฒนาเว็บไซต์ ให้พวกเขาช่วยบีบอัดไฟล์เหล่านี้ให้มีขนาดเล็กลง
    5. หลีกเลี่ยง Plugin ที่ไม่จำเป็น: ปลั๊กอินหรือส่วนเสริมที่มากเกินไปอาจทำให้เว็บไซต์ทำงานช้าลง

8. สร้างลิงก์ภายในเว็บไซต์ (Internal Linking)

Internal Linking คือการสร้างลิงก์เชื่อมโยงระหว่างหน้าต่างๆ ภายในเว็บไซต์ของคุณเอง

  • ทำไมถึงสำคัญ?
    การเชื่อมโยงภายในเว็บไซต์ช่วยให้ Google Bots สามารถคลาน (Crawl) และจัดทำดัชนี (Index) หน้าต่างๆ ของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังช่วยกระจาย 'พลัง SEO' (Link Equity) ไปยังหน้าสำคัญอื่นๆ และที่สำคัญที่สุดคือ ช่วยให้ผู้ใช้งานค้นพบเนื้อหาที่เกี่ยวข้องและใช้เวลาอยู่บนเว็บไซต์ของคุณนานขึ้น
  • SME ทำอะไรได้บ้าง?

    1. ลิงก์จากบทความสู่บทความ: เมื่อคุณเขียนบทความเกี่ยวกับ 'ประโยชน์ของการทำเว็บไซต์สำหรับ SME' คุณอาจจะลิงก์ไปยังบทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น 'วิธีการเลือกผู้ให้บริการทำเว็บไซต์' หรือ 'ความสำคัญของ Google Ads'
    2. ใช้ Anchor Text ที่สื่อความหมาย: แทนที่จะลิงก์ด้วยคำว่า 'คลิกที่นี่' ให้ใช้คำหรือวลีที่เป็นคำสำคัญของหน้าปลายทาง เช่น 'เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ บริการทำเว็บไซต์แบบครบวงจร ของเรา'
    3. ลิงก์ไปยังหน้าสำคัญ: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าหน้าสำคัญๆ ของเว็บไซต์คุณ เช่น หน้าสินค้า/บริการ หน้าติดต่อเรา ได้รับการเชื่อมโยงจากหน้าอื่นๆ อย่างเหมาะสม
9. สร้างเนื้อหาที่น่าสนใจจนเกิดการบอกต่อ (Earned External Links)

External Links หรือ Backlinks คือลิงก์ที่มาจากเว็บไซต์ภายนอก ชี้มายังเว็บไซต์ของคุณ Google ถือว่า Backlinks เป็นสัญญาณของความน่าเชื่อถือและความมีอำนาจของเว็บไซต์คุณ

  • ทำไมถึงสำคัญ?
    ยิ่งมีเว็บไซต์คุณภาพดีลิงก์มายังเว็บไซต์ของคุณมากเท่าไหร่ Google ก็จะมองว่าเว็บไซต์ของคุณมีความน่าเชื่อถือและมีคุณค่ามากเท่านั้น ซึ่งส่งผลดีต่ออันดับ SEO อย่างมีนัยสำคัญ แต่สำหรับ SME การ 'สร้าง' Backlinks อาจเป็นเรื่องยาก ดังนั้น เราจะเน้นไปที่การ 'สร้างโอกาสให้เกิด' Backlinks อย่างเป็นธรรมชาติ

  • SME ทำอะไรได้บ้าง?

    1. สร้างเนื้อหาที่ยอดเยี่ยม: หัวใจสำคัญคือการสร้างเนื้อหาที่แก้ปัญหา ให้ความรู้ หรือสร้างแรงบันดาลใจ จนคนอยากแชร์และอ้างอิงถึงโดยธรรมชาติ
    2. โปรโมทเนื้อหา: เมื่อคุณมีเนื้อหาที่ดีแล้ว อย่าเก็บไว้คนเดียว แชร์ไปยังช่องทางโซเชียลมีเดีย กลุ่มที่เกี่ยวข้อง หรือส่งให้บล็อกเกอร์/สำนักข่าวท้องถิ่นที่อาจสนใจ
    3. ลงทะเบียนใน Directory ท้องถิ่น: หากคุณเป็นธุรกิจท้องถิ่น การลงทะเบียนใน Directory หรือสารบบธุรกิจออนไลน์ เช่น Google My Business, Wongnai (สำหรับร้านอาหาร) ก็ถือเป็นการสร้าง Citation และลิงก์อ้างอิงที่มีประโยชน์
    4. เป็นผู้เชี่ยวชาญในสายงาน: การสร้างตัวตนให้เป็นผู้รู้ในสายธุรกิจของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการให้สัมภาษณ์ การเป็นวิทยากร หรือการเขียนบทความรับเชิญ (Guest Post) ในเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง ก็สามารถนำไปสู่การได้รับการอ้างอิงลิงก์ได้
10. สร้างและส่ง Sitemap ให้ Google Search Console

Sitemap คือแผนที่ของเว็บไซต์ของคุณ ที่บอก Google ว่ามีหน้าไหนบ้างบนเว็บไซต์ของคุณ และหน้าเหล่านั้นมีความสำคัญอย่างไร

  • ทำไมถึงสำคัญ?
    Sitemap ช่วยให้ Google Bots ค้นพบและจัดทำดัชนีหน้าเว็บของคุณได้อย่างรวดเร็วและครบถ้วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเว็บไซต์ขนาดใหญ่ หรือเว็บไซต์ที่มีการอัปเดตบ่อยๆ การส่ง Sitemap จะช่วยให้ Google เข้าใจโครงสร้างเว็บไซต์และมั่นใจว่าทุกหน้าสำคัญของคุณได้รับการพิจารณา
  • SME ทำอะไรได้บ้าง?

    1. สร้าง Sitemap: ระบบ CMS ส่วนใหญ่ เช่น WordPress หรือแพลตฟอร์มการทำเว็บไซต์ที่ iBZII ให้บริการ มักจะมีฟังก์ชันสร้าง XML Sitemap ให้โดยอัตโนมัติ หรือคุณสามารถใช้ปลั๊กอิน (เช่น Yoast SEO สำหรับ WordPress) ในการสร้างได้
    2. ยืนยันความเป็นเจ้าของเว็บไซต์กับ Google Search Console: หากคุณยังไม่เคยทำ ให้ดำเนินการยืนยันสิทธิ์ใน Google Search Console (GSC) GSC เป็นเครื่องมือฟรีที่ Google มอบให้ เพื่อช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์ตรวจสอบประสิทธิภาพของเว็บไซต์บน Google ค้นหา ปัญหาด้านการจัดทำดัชนี และอื่นๆ
    3. ส่ง Sitemap: เข้าไปที่ Google Search Console เลือก 'Sitemaps' และเพิ่ม URL ของ Sitemap ของคุณ (โดยปกติจะเป็น yourdomain.com/sitemap.xml หรือ yourdomain.com/sitemap_index.xml)
    4. ตรวจสอบสถานะ: หลังจากส่ง Sitemap แล้ว ให้ตรวจสอบสถานะใน GSC เป็นประจำ เพื่อดูว่า Google จัดทำดัชนีหน้าเว็บของคุณไปมากน้อยแค่ไหน และมีปัญหาใดๆ เกิดขึ้นหรือไม่

    การทำ SEO อาจดูเหมือนเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาและความอดทน แต่ผลลัพธ์ที่ได้นั้นคุ้มค่าอย่างแน่นอน การเริ่มต้นด้วย 10 Checklist ง่ายๆ นี้ เป็นก้าวแรกที่สำคัญสำหรับ SME ในการสร้างความแข็งแกร่งให้กับเว็บไซต์ของคุณบนโลกออนไลน์

    จำไว้ว่า SEO ไม่ใช่การตั้งค่าครั้งเดียวจบ แต่เป็นการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง การหมั่นตรวจสอบประสิทธิภาพ การสร้างเนื้อหาใหม่ๆ และการติดตามเทรนด์ที่เปลี่ยนไป จะช่วยให้เว็บไซต์ของคุณคงความสามารถในการแข่งขันได้เสมอ

    ที่ iBZII เราเชื่อว่าการทำเว็บไซต์ที่ดี ไม่ใช่แค่ความสวยงาม แต่ต้องทำงานได้จริงและสร้างมูลค่าให้กับธุรกิจของคุณ หากคุณต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม หรือต้องการผู้เชี่ยวชาญมาช่วยดูแลเรื่อง SEO, Google Ads และการทำเว็บไซต์อย่างครบวงจร ทีมงานของเราพร้อมเป็นที่ปรึกษาที่จริงใจและมืออาชีพ เพื่อพาธุรกิจของคุณไปสู่ความสำเร็จบนโลกดิจิทัล